fbpx

ฮิมต๋ายฮิมยัง : แค่เริ่มก็มีเรื่องให้พูดถึง

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้วสำหรับฟุตบอลลีกในประเทศของเมืองไทย ถ้าเป็นไทยลีก 1 กับ 3 ก็แข่งกันไปแล้ว 2 สัปดาห์ ถ้าเรียกตามภาษาฟุตบอลลีกก็จะเรียกว่า 2 แมทช์เดย์ แต่ไทยลีก 2 นำโด่งไปที่ 3 แมทช์เดย์ เพราะมีเกมกลางสัปดาห์เมื่อวันพุธไปด้วย

ไทยลีก 1 หรือ “ไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก : Hilux Revo Thai League” นั้น ผ่านไป 2 นัด ทีมที่เก็บแต้มเต็มทั้ง 6 แต้มเลยนั้นไม่มี จะมีทีมที่เก็บไป 4 แต้ม 5 ทีม นำโดยจ่าฝูง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ครองร่วมกันกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยผลงานที่ยิง และ เสีย ไปเท่ากัน

ส่วนที่ตามมาก็ได้แก่ สิงห์      เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีลูกได้เสียเป็นรอง แต่ยิงมากกว่า จึงอยู่ในอันดับ 3 ส่วน สมุทรปราการ ซิตี้ และ ทรู แบงคอก ยูไนเต็ด ทั้งคู่ ยิงได้ และ เสียประตู เท่ากัน ครองอันดับ 4 ร่วม

ท้ายตาราง มี นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่ยังหาชัยชนะไม่เจอ ยิงไป 2 เสียไป 5 ประตู ขยับขึ้นมาด้านบนมี 1 คะแนนเท่ากัน 3 ทีม โปลิศ เทโร เอฟซี มีผลต่างประตู -2 มากกว่า พีที ประจวบ เอฟซี และ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ทำให้อยู่อันดับรองสุดท้าย

ส่วนของ ไทยลีก 2 หรือ “เอ็ม 150 แชมเปี้ยนชิพ  : M-150 Championship” มีเพียงทีมเดียวคือ ตราด เอฟซี ที่เก็บไปได้ 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด ผงาดขึ้นมาเป็นจ่าฝูงแทนที่ สุโขทัย เอฟซี ที่ครองมา 2 สัปดาห์ และก็เป็นพวกเขาเองที่เป็นผู้ยัดเยียดความปราชัยให้กับ สุโขทัย เอฟซี

ส่วนที่ไล่ตามหลัง 4 แต้ม ก็มี แพร่ ยูไนเต็ด ที่มีประตูได้เสีย +6 เชียงใหม่ เอฟซี +4 และ ลำพูน วอริเออร์ +2 อยู่ในอันดับ 2-3-4 ตามลำดับ

ส่วนท้ายตาราง ยังคงเป็น สโมสรฟุตบอลราชนาวีที่ยังหาชัยชนะไม่เจอ มีประตูได้เสีย -10 แบบที่ยังยิงใครไม่ได้เลยสักประตู ส่วน ขอนแก่น เอฟซี ก็ยังไม่ชนะใครเหมือนกัน ด้วยประตูได้เสีย -4 จึงอยู่ในอันดับรองสุดท้าย

ไทยลีก 3 หรือ “มังกรฟ้าลีก” มีแข่งขันกันอยู่ในตอนนี้ 3 โซน มีทีมที่เก็บ 6 แต้มเต็มอยู่ทุกโซน เริ่มที่ โซนภาคเหนือ อุทัยธานี เอฟซี และ พิษณุโลก เอฟซี โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบล ครัวนภัส เอฟซี และ เมืองเลย ยูไนเต็ด

ส่วนโซนภาคใต้ นครศรีฯ ยูไนเต็ด สตูล ยูไนเต็ด ยาลอ ซิตี้ เป็น 3 ทีมที่แข่งไป 2 นัดชนะรวด ส่วน สงขลา เอฟซี และ พัทลุง เอฟซี ที่แข่งไปทีมละ 1 นัด ก็ชนะคู่แข่งมาได้

ส่วนทีมที่ยังหาชัยชนะไม่เจอ นอร์ทเทิร์นตาก ยูไนเต็ด นครแม่สอด ยูไนเต็ด และ กำแพงเพชร เอฟซี ในโซนภาคเหนือ มหาสารคาม สามใบเถา เอฟซี สกลนคร ทรูวิชั่น เอฟซี และ มาแชร์ ชัยภูมิ เอฟซี ในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังสิงห์ หาดใหญ่ ยูไนเต็ด เอ็มเอชคอน สุราษฏร์ฯ ซิตี้ และ สุราษฎร์ธานี เอฟซี ในโซนภาคใต้

ยังมีเวลาอีกเยอะครับ เพราะนี่เป็นแค่เพียง 2 สัปดาห์แรกของการแข่งขัน เมื่อแต่ละทีมกำลังหาจุดลงตัวในทีม ก็ยังมีโอกาสในการทำผลงานให้ดีขึ้นในนัดต่อ ๆ ไป

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงสักนิดนึงก็คือเรื่องของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเกมการแข่งขัน ก็มีหลายองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ที่หลายคนพูดถึงกันอยู่ตอนนี้ก็คือ “ผู้ตัดสิน”

จนมีคำพูดหลุดออกจากปากแฟนบอลชาวไทย “ผู้ตัดสินอีกแล้วหรือ” ก็คงแสดงให้เห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่มีเกมการแข่งขันเกิดขึ้น มีประเด็นให้พูดถึงคงหนีไม่พ้นที่จะไปเกี่ยวข้องกับผู้ตัดสิน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความผิดพลาดที่มาจากผู้ตัดสินมีให้เห็นในหลายกรณี

จนองค์กรที่มีหน้าที่ในการออกกฎระเบียบในการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ อย่าง The International Football Association Board (IFAB) ก็ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎ กติกา มีการเพิ่มเครื่องมือที่จะช่วยลดความผิดพลาดในการตัดสินในการแข่งขัน

เครื่องมือนึงที่เราได้ยินบ่อยครั้งมากขึ้นในช่วง 3 – 4 ปีหลังมานี้ก็คือ VAR หรือชื่อเต็ม Video Assistant Referee แปลเป็นไทยได้ว่า ผู้ช่วยผู้ตัดสินภาพเคลื่อนไหวหรือวีดิโอ

ในฟุตบอลไทย มีการใช้ VAR เฉพาะในไทยลีก 1 เท่านั้น โดยในห้องที่เรียกว่า Video Operation Room (VOR) นั้นจะมีผู้ตัดสินที่เราเรียกว่า Asst. VAR อยู่ 2 คน คอยดูภาพเหตุการณ์ที่อาจมีปัญหาจนต้องใช้ VAR ในการช่วยตัดสิน

แน่นอนว่า การจะได้ภาพมาใช้ในการประกอบการตัดสินด้วย VAR จำเป็นจะต้องมีกล้องในหลากหลายมุมมาช่วย ในระดับที่สามารถมีภาพหลายมุมกล้องนี้ก็คงจะมีแค่ในระดับไทยลีก 1-2 เท่านั้น เพราะมีการถ่ายทอดสดในทุกเกมการแข่งขัน ในอนาคตในไทยลีก 2 อาจจะมีการใช้ VAR ด้วยก็ได้

แต่แม้นจะมีการใช้ VAR เพื่อลดเรื่องความผิดพลาดในการตัดสินแล้วก็ตาม ในการใช้ดุลยพินิจสุดท้าย ยังคงเป็น “อำนาจ” ของผู้ตัดสินในสนามอยู่ดี แน่นอนว่า การใช้ดุลยพินิจนั้นส่วนมากแล้ว ผู้ตัดสินมักจะใช้ “ดุลยพินิจ” แรกของตนเอง ถ้าหากว่าผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์นั้นชัดเจนเพียงพอ

แต่ถ้าเหตุการณ์ใดที่อาจจะเห็นไม่ชัด ผลจากการใช้ VAR ทำให้ผู้ตัดสินเห็นภาพเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ได้ชัดเจนมากขึ้น นำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องมากขึ้น

เหตุการณ์ในไทยลีกที่เกี่ยวกับการใช้ VAR ใน 2 สัปดาห์แรกที่ผ่านมา ก็ยังคงมีความเห็นแย้งกับผู้ตัดสินอยู่บ้าง เช่น กรณีการไม่ให้จุดโทษแก่ สุพรรณบุรี เอฟซี ในจังหวะที่ลูกฟุตบอลไปโดนแขนของผู้เล่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งที่หากมองจากภาพ VAR แล้วจะเห็นว่า ผู้เล่นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พยายามใช้แขนในการเล่นบอล

หรือจะเป็นเหตุการณ์ในเกมที่ “ชลบุรี เอฟซี” บุกไปเยือน “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” และทีมเจ้าบ้านได้จุดโทษนาทีที่ 84 หลังผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วยืนยันว่าเป็นการทำฟาวล์ในเขตโทษ จนนำมาซึ่งการตีเสมอเป็น 3 – 3

ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องอยากให้การใช้ VAR “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “การเช็ค VAR ในจอที่มีในสนาม และการถ่ายทอดได้เห็นการตัดสินด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุดและความโปร่งใส เพราะไหน ๆ ก็เอาเงินมาลงทุนตรงนี้จำนวนไม่น้อย”

“ควรมีทีมงานให้ความกระจ่างในแต่ละเคส ว่า ฟาวล์ เพราะอะไร แฮนด์บอล อย่างไร เพราะถ้ามีตัวช่วยขนาดนี้แล้วให้คำตอบไม่ได้ ให้มุมมองที่กระจ่างไม่ได้ ก็ไม่ควรเสียเงินตรงจุดนี้ สู้เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า”

ล่าสุด ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินสมาคมฯ ทำการเรียกสโมสรมาประชุม เพื่อชี้แจงแนวทาง การปฏิบัติหน้าที่ และ การใช้ VAR แต่ หลังการเข้าประชุมแล้ว “โค้ชเตี้ย” ก็พูดถึงการประชุมว่า “เมื่อสักครู่ได้ประชุมกับคณะกรรมการของ VAR แต่ไม่ได้อะไรเลยครับ พอถามอะไรไป ก็พยายามบ่ายเบี่ยง ซึ่งผมบอกแล้วว่า คนในวงการฟุตบอล ถ้าเมื่อไหร่คุณไม่รับฟังกัน ก็หายนะครับ”

คงเป็นอีกหนึงเสียงที่สะท้อนไปถึง ไทยลีก และ สมาคมฟุตบอลฯ ว่า ในเมื่อ VAR ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยลดการตัดสินที่ผิดพลาด ก็ต้องใช้ให้เกิดความถูกต้องอย่างแท้จริง อันไหนเคยเกิดเหตุคลุมเครือ ก็จับมาทำเป็นคู่มือว่าอย่างนี้ผิด อย่างนี้ไม่ผิด

เพราะถ้าใช้ VAR แต่ยังคงเห็นผลการใช้ดุลยพินิจสุดท้ายที่ไม่ถูกต้อง มันก็คงเป็นการสิ้นเปลืองเปล่า ๆ ใช่ไหมครับ “แฟร์” แฟนบอลหลายคนคงจำกันได้ ใครเอ่ย ที่ใช้สโลแกนนี้

by TTDad

#ฮิมสนาม #ฮิมสนามตั้งวงเล่า #อีซูซุศาลาเชียงใหม่ #ChiangmaiFreshmilk #zetajersey  #ดาวเรืองตราบ้าน #ทรายป่าห้า #ไทยลีก #ไทยลีก2 #ไทยลีก3 #thaileague  #ฟุตบอล #ข่าวฟุตบอล #ภาคเหนือ #ข่าวบอล #ข่าวบอลไทย #ข่าวฟุตบอลไทย  #ป้อก๊าแข้ง #ไทยลีก1 #บอลไทย #football #มังกรฟ้าลีก #Bluedragonleague  #North  #m150championship  #thaileague2 #RevoThaiLeague

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า